วิธีสังเกต แมงดาแบบไหน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายจากพิษ

วิธีสังเกต แมงดาแบบไหน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายจากพิษ

วิธีสังเกต แมงดาแบบไหน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายจากพิษ

วิธีสังเกต แมงดาแบบไหน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายจากพิษ “แมงดา” เป็นสัตว์ที่คนไทย นิยมนำมารับประทาน โดยเฉพาะส่วนของ “ไข่แมงดา” ที่นำมาปรุง อาหารรสแซ่บถึงใจ จนเป็นหนึ่งในเมนู ที่หลายคนต้องถามหา ตามร้านอาหาร หรือแม้กระทั่ง ซื้อไปปรุงอาหารเองที่บ้าน

แต่แมงดาไม่ได้มีชนิดเดียว และ มีชนิดที่รับประทานได้ และ รับประทานไม่ได้ เพราะมีพิษอยู่ด้วย ดังนั้นอาจเป็นอันตราย หากสังเกตได้ไม่ดีพอ

“แมงดาทะเล” แบบไหน “มีพิษ”

ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ระบุว่า แมงดาทะเลในประเทศไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ 

แมงดาถ้วย หรือ แมงดาไฟ หรือเห-รา (Carcinoscorpius rotundicauda ) แมงดาชนิดนี้ เป็นแมงดาที่มีพิษ ที่เรียกว่าสาร tetrodotoxin

แมงดาจาน (Tachypleus gigas) แมงดาชนิดนี้ เป็นแมงดาที่ไม่มีพิษ ชาวบ้านนำมา ประกอบอาหาร 

วิธีสังเกต แมงดาแบบไหน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายจากพิษ

ความแตกต่างของแมงดาถ้วย และ แมงดาจาน

โดยทั่วไปสามารถแยกแมงดาทั้ง 2 ชนิดได้ โดยลักษณะภายนอกคือ แมงดาถ้วยตัวจะเล็กกว่า ขนาดโตเต็มที่ไม่เกิน 18 เซ็นติเมตร ลักษณะหางจะกลม และ เรียบ 

ส่วนแมงดาจาน ตัวจะโตกว่าขนาดเต็มที่อาจโตถึง 30 เซ็นติเมตร ลักษณะเฉพาะคือ ส่วนหางถ้าดูหน้าตัด หางจะเป็นสามเหลี่ยม มุมด้านบนของสามเหลี่ยม จะเป็นรอยหยักชัดเจน 

ในการระบาดของการเป็นพิษ จากการรับประทาน ไข่แมงดาทะเลในปี 2538 นี้ ผู้ป่วยทั้งหมดมี อาการชาตามปาก แขนขา  แล้วตามด้วยอาการอัมพาต ผู้ป่วยที่เสียชีวิต เกิดจากการหยุดหายใจเนื่องจาก กล้ามเนื้อหายใจไม่ทำงาน 

อาการเมื่อได้รับพิษจากแมงดาถ้วย

อาการเป็นพิษมักเกิดขึ้น ภายหลังรับประทาน แมงดาทะเลประมาณ 10-45 นาที หรืออาจช้าไปจนถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิด และ แหล่งที่อยู่ของแมงดาทะเล ฤดูกาล จำนวนที่รับประทาน หรือปริมาณของสารพิษที่ได้รับ 

เช่นรับประทาน ไข่แมงดา อาการพิษจะเกิดรุนแรงกว่า รับประทานเฉพาะเนื้อ 

อาการมักเริ่มจากมึนงง รู้สึกชา บริเวณลิ้น ปาก ปลายมือ ปลายเท้า และ มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง 

เริ่มจาก มือ แขน ขา ตามลำดับ รวมทั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางรายอาจมีน้ำลายฟูมปาก 

และมีอาการ เหงื่อออกมาก พูดลำบาก ตามองเห็นภาพไม่ชัด ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก จะมีผลทำให้กล้าม เนื้อหายใจอ่อนแรง ผู้ป่วยอาจตายภายใน 6-24 ชั่วโมง จากการหยุดหายใจ

วิธีสังเกต แมงดาแบบไหน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายจากพิษ

แมงดาทะเลหางกลม ห้ามรับประทาน

ข้อมูลการทดสอบ ความเป็นพิษเบื้องต้น พบว่า แมงดาถ้วยที่พบ ในประเทศไทย บางตัวมีพิษ บางตัวไม่มีพิษ โดยทั่วไปพบว่า มีพิษประมาณ 30 % แต่ไม่สามารถแยกตัว ที่มีพิษกับตัวที่ไม่มีพิษ จากลักษณะภายนอกได้ 

จากการสอบถามผู้ป่วย ส่วนใหญ่รับประทาน แมงดาถ้วย สาเหตุที่รับประทานแมงดาถ้วย เพราะความเชื่อผิด ๆ ของ ชาวบ้านว่า ตัวเห-รามีพิษ แต่แมงดาถ้วยไม่มีพิษ

ดังนั้น แม้ว่าจะมีการอ้างว่า เป็นแมงดาถ้วย แต่หากพบว่ามีหางกลม ก็ไม่ควรเสี่ยงรับประทาน

เรียกได้ว่าวันนี้ทางเว็ปไซด์ของเรา ก็ได้นำเนอข้อมูล ให้ทุกท่ท่านได้ทราบแล้วว่า แมงดาแบบไหนกินได้ และ แมงดาแบบไหนที่กินไม่ได้ 

หวังว่าจะเป็น ความรู้อย่างดีให้กับทุกท่าน และ หวังว่าทุกท่านจะนำความรู้ ในบทความนี้ไปใช้ประโยชน์ได้

สนับสนุนโดย Joker Slot , Sa game , Sexy Game , Joker Game , UFABET 72 , Esport , Sa gaming , Sexy gaming , Sa gaming , joker gaming , Joker slot , Slot game , Joker slot , Joker slot

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *